"สหกรณ์ แปลว่า การทำงานร่วมกัน การทำงานร่วมกันนี่ลึกซึ้งมาก เพราะว่าจะต้องร่วมมือกันในทุกด้าน ทั้งในด้านงานการที่ทำด้วยร่างกาย ทั้งในด้านงานการที่ทำด้วยสมอง และงานการที่ทำด้วยใจ ทุกอย่างนี่ขาดไม่ได้ต้องพร้อม".
พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
สหกรณ์สุราษฎร์ธานี จำกัด โครงการส่งเสริมและยกระดับรายได้ของประชาชน ริมถนนเอเชียที่ 41 ต.หนองไทร อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี มีเนื้อกว่า 104 ไร่ ประกอบธุรกิจการให้บริการ น้ำมันเชื้อเพลิง อาหาร สินค้าอุปโภค-บริโภค ตั๋วและข้อมูลการเดินทาง
 
CO-OP Web Mail

ตลาดกลางยางพารา สุราษฎร์ธานี

           สถาบันวิจัยยาง ได้รับงบประมาณให้จัดตั้งโครงการตลาดกลางยางพาราสุราษฎร์ธานี เพื่อให้บริการซื้อขายยาง โดยวิธีการประมูลแก่เกษตรกร ชาวสวนยางและสถาบันเกษตรกรในเขตภาคใต้ตอนบน โดยเป็นเครือข่ายเชื่อมโยงกับตลาดกลางยางพารา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2541 ให้กรมวิชาการเกษตรก่อหนี้ผูกพันงบประมาณปี 2541 จำนวน 2.24 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งตลาดกลางยางพารา จังหวัดสุราษฎร์ธานี และใช้งบประมาณปี 2542 ในการก่อสร้างอาคารประมูลยางและลานจอดรถยนต์ ตลอดจนจัดซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็นในการบริหารงานตลาดกลางยางพารา ให้เกิดประสิทธิภาพ เช่น เครื่องชั่ง รถยก และรถบรรทุกยาง เ็ป็นต้น โดยดำเนินการก่อสร้างบนเนื้อที่ของสหกรณ์สุราษฎร์ธานี จำกัด บริเวณสามแยกหนองขรี หมู่ที่ 3 อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งคาดว่าจะสามารถใช้บริการและรองรับความต้องการของชาวสวนยางได้วันละ 200,000 - 300,000 กิโลกรัม

 

ระบบการบริหารตลาดกลางยางพารา

          ตลาดกลางยางพารา จังหวัดสุราษฎร์ธานี กำหนดแผนการให้บริการซื้อขายยางแผ่นดิบ โดยในระยะแรกจะเปิดให้บริการ 2 สัปดาห์ละ 2 ครั้ง เฉพาะวันอังคารและวันพฤหัสบดีของทุกสัปดาห์ ปัจจุบันขยายวันให้บริการเพิ่มขึ้นเป็นการให้บริการทุกวันทำการ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ชาวสวนยาง และรองรับปริมาณยางที่เข้าตลาดกลางเพิ่มมากขึ้น
            สำหรับระบบการบริการตลาดกลางยางแผ่นดิบ มีขั้นตอนการให้บริการเช่นเดียวกับตลาดกลางยางพารา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยแบ่งการบริการออกเป็น 5 ขั้นตอน คือ
           1. การคัดคุณภาพยาง
           2. การชั่งน้ำหนักยาง
           3. การประมูลยาง
           4. การรับเงินค่ายาง
           5. การส่งมอบยาง

ระบบการบริหารตลาดกลางยางพารา

           ระบบตลาดกลางยางพาราดังกล่าว เป็นระบบการให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ (ONE STOP SEPVICE) โดยผู้ขายยางต้องนำยางทั้งหมดเข้าตลาดกลาง และตลาดกลางจะเป็นผู้ให้บริการทุกขั้นตอน เพื่อลดปัญหาระหว่างชาวสวนยางกับพ่อค้ายาง และตลาดกลางจะกำหนดระเบียบการซื้อขายยาง และมาตรฐานคุณภาพยาง ตลอดจนจัดหาเครื่องอำนวยความสะดวกในการบริการ และบริหารตลาดกลางให้เป็นไปตามระเบียบที่กำหนด ซึ่งจะทำให้เกษตรกรได้รับความเป็นธรรมในเรื่องคุณภาพ น้ำหนัก และราคายาง ส่วนผู้่ซื้อก็จะสามารถเลือกซื้อยางตามคุณภาพยาง และปริมาณยางที่ต้องการ

ระเบียบการซื้อขายยางตลาดกลางยางแผ่นดิบ

          1. ผู้ซื้อและผู้ขายยางต้องลงทะเบียนก่อนการใช้บริการของตลาดกลาง
          2. ผู้ขายยางต้องจัดยางแผ่นดิบที่มีคุณภาพเดียวกันเป็นมัดๆ ละประมาณ 15 - 20 แผ่น
          3. การซื้อขายยางใช้วิธีการประมูล โดย
                     3.1 ตลาดกลางจะรวบรวมยางที่มีคุณภาพเดียวกัน ตามข้อ 5 และข้อ 6 เพื่อนำเข้ามาประมูลพร้อมกัน
                     3.2 ราคายางที่ประมูลเป็นราคา ณ ตลาดกลางไม่รวมค่าขนส่ง และค่าใช้จ่าย
อื่น ๆ
                     3.3 ผู้ประมูลที่มห้ราคาสูงจะเป็นผู้ชนะประมูลกรณีเสนอราคาสูงสุดเท่ากัน ให้ผู้ยื่นประมูลก่อนเป็นผู้ชนะ การประมูล
          4. กำหนดเวลาประมูล 10.00 - 10.30 น. ผู้ซื้อสามารถยื่นประมูลด้วยตนเองหรือทางโทรศัพท์ หรือทางโทรสาร
          5. ยางแผ่นดิบที่นำมาขายต้องมีคุณภาพตรงตามมาตรฐานที่สถาบันวิจัยยางกำหนด
          6. เจ้าหน้าที่ของตลาดกลางเป็นผู้คัดคุณภาพยางและการตัดาินของตลาดกลางยางพาราถือว่าเป็นการสิ้นสุด
          7. การจ่ายเงินค่ายางให้ผู้ขายยางจะจ่ายเงินเป็นเช็คเงินสด และการโอนเงินผ่านบัญชี
          8. ตลาดกลางเป็นผู้ให้บริการเครื่องชั่งมาตรฐานและเจ้าหน้าที่ของตลาดกลางเท่านั้น ที่เป็นผู้ชั่วและควบคุมการชั่ง
          9. ผู้ประมูลยางได้ต้องรับยางในวันที่ประมูลและชำระเงินค่ายางให้กับตลาดกลาง ตามน้ำหนักยางและราคายางทันที ที่ได้รับยางแล้ว โดยชำระเป็นเช็คเงินสด เข้าบัญชีของสำนักงานตลาดกลางยาพารา
          10. กรณีไม่ตกลงซื้อขาย ผู้ขายยางสามารถดำเินินการดังต่อไปนี้
                    10.1 รอการประูมูลครั้งต่อไป
                    10.2 ฝากยางไว้ที่คลังสินค้าของตลาดกลาง
                    10.3 นำยางออกนอกตลาดกลาง
                    11. เปิดบริการทำการตั้งแต่ 08.30 - 11.00 น. และไม่ต้องเสียค่าบริการ